ผักแป้นหรือกุยช่าย

กุยช่าย(ผักแป้น)หรือกุยช่ายพันธุ์ใหญ่มีหลายสายพันธุ์มีทั้งสายพันธุ์เล็กและสายพันธุ์ใหญ่วันนี้ Somtamthai ขอแนะนำกุยช่ายพันธุ์ใหญ่ปลูกง่ายกำไรดีขายง่ายกำไรงาม

ติดต่อ 087-1122600 คุณมุ้ย โทร 087-1122600
พันธุ์ใหญ่กุยช่าย
ปลูกในแปลง
ปลูกในวงล้อ

เฉาก๊วยอร่อยจัง

เฉาก๊วยอร่อยจัง ขายเฉาก๊วยอร่อยจัง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ 15,000-30,000บาทต่อเดือน เหมาะสำหรับผู้มองหาอะไรทำ มองหาอาชีพทำ มองหาอาชีพค้าขาย ลงทุนน้อย ลงทุนวันต่อวัน
คืนทุนภายใน 10วัน มาร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจขาย เฉาก๊วยอร่อยจัง กับเรา
โทร 087-1122600 คุณมุ้ย

ทุนอุปกรณ์
1 รถพ่วงข้าง1คัน
2 ถังน้ำแข็ง
3 กระปุก
4 กระบวยตัก






















กระเจี้ยบแดงลดไขมันในเส้นเลือด

 กระเจี้ยบแดงลดไขมันในเส้นเลือด กระเจี๊ยบแดง
น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Hibiscus sabdariffa  L.  ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel, Roselle  วงศ์ :  Malvaceae

ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ  กระเจี๊ยบเปรี้ย  ผักเก็งเค็ง  ส้มเก็งเค็ง  ส้มตะเลงเครง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้

สรรพคุณ :

กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล

เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย

ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด

น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง

ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี

น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันอีกทางหนึ่ง

ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ

เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ

เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะมีกรดซีตริคอยู่ด้วย

ใบ  แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก

ดอก  แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก

ผล  ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ

เมล็ด  บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด

          นอกจากนี้ได้บ่งสรรพคุณโดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใด ดังนี้คือ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ ลดไขมันในเลือด บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน
          นอกจากใช้เดี่ยวๆ แล้ว ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้ถ่ายพยาธิตัวจี๊ด

วิธีและปริมาณที่ใช้ :
          โดยนำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา  (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ จะหายไป
สารเคมี
          ดอก  พบ Protocatechuic acid, hibiscetin, hibicin, organic acid, malvin, gossypetin

คุณค่าด้านอาหาร
          น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
          น้ำกระเจี๊ยบแดงที่ได้สีแดงเข้ม สาร Anthocyanin นำไปแต่งสีอาหารตามต้องการ

การปลูกกระเจี้ยบแดง
 กระเจี๊ยบแดงมีชื่อวิทยาศาสตร์  Hibiscus sabdariffa L  หรือชื่ออื่น ๆ  เช่น  กระเจี๊ยบ  กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง)  ผักเก็งเค็ง  ส้มเก็งเค็ง  ส้มตะเลงเครง  เป็นพืชอยู่ในวงศ์  Malvaceae  หรือชื่อสามัญ  Rosell  

กระเจี๊ยบแดงเป็นกึ่งร้อนหรือเขตร้อน  มีกำเนิดในเอเชียใต้  เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิดเป็นพืชวันสั้น  ต้องการช่วงแสง  13  ชั่วโมงในช่วงแรก  4 – 5  เดือนของการเจริญเติบโตเพื่อป้องกันการออกดอกก่อน  กระเจี๊ยบแดงสามารถปลูกได้โดยใช้เมล็ดระยะปลูกที่เหมาะสม  100x75  เซนติเมตร  วันปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม  ผลผลิตลดลงไปตามวันปลูกช่วงเดือนที่เหมาะสมเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม  ให้ผลผลิตกลีบแห้ง  ประมาณ  180 – 200  กิโลกรัม / ไร่  โดยการเก็บผลกระเจี๊ยบแดงแล้วกระทุ้งเอาแคปซูลที่มีเมล็ดอยู่ภายในออก  แล้วนำเอากลีบสดไปตากแห้งให้เวลา  5 – 7  วัน  จนแห้งสนิทนำมาบรรจุถุงจำหน่ายต่อไป  ประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดงสามารถนำมาทำแยม  กระเจี๊ยบแช่อิ่ม  หรือกลีบแห้ง  นำมาต้มเป็นน้ำกระเจี๊ยบแดง  มีสรรพคุณช่วยลดความดัน  เป็นยาขับปัสสาวะ 
   
ที่มา...http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01.htm

ย่านาง

ย่านาง สมุนไพร หมื่นปีไม่มีแก่ "อิสาน หมื่นปี บ่ เฒ่า"

สรรพคุณใบย่านางนั้นมีมากจนบางคนเรียกว่าเป็น "ยาอายุวัฒนะ"

ลักษณะทั่วไปของใบย่านาง
ย่านางนั้นเป็นไม้เลื้อย เถาสีเขียวสดและอวบน้ำ  ภายในลำต้นมีน้ำเมือกเหนียว มีขนตามกิ่งอ่อน เถาเมื่อแก่มีผิวเรียบและเหนียวมาก ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้มรูปไข่แกมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบมัน ออกดอกเล็ก ๆ ตามซอกใบ ดอกมีสีเหลือง ผลมีขนาดเล็กกลมรี

ใบย่านาง เป็นพืชที่เต็มไปด้วยสาร สารสีเขียว คลอโรฟิลด์ และ เบต้าแคโรทีน ป้องกันการก่อตัวของอนุมูลอิสระ เป็นสมุนไพรธาตุเย็น ดูแลคนทำงานสำนักงาน และ ลดพิษร้อนให้อวัยวะภายร่างกาย ที่ทำให้ป่วย หรือเครียดตลอดเวลา เมื่อไรที่ควรทานย่านาง ? อาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน เช่น  ตาแดง  ตาแห้ง  แสบตา  มีสิว  ฝ้า  มีตุ่มแผลร้อนในช่องปาก  ผมหงอกก่อนวัย  ไข้ขึ้น  ตัวร้อน  มีเส้นเลือดขอด    เป็นตะคริว เกิดฝีหนอง  หอบหืด  ไตอักเสบ  โรคเก๊า  เบาหวาน  ความดันสูง ฯลฯใบย่านางมีฤทธิ์เย็น  จึงใช้ใบย่านางปรับสมดุล  บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกิน ย่านางเป็นใช้ยามาตั้งแต่โบราณ มีชื่อเรียกทางแพทย์ยาโบราณว่า “หมื่นปี บ่ เฒ่า” หรือ

ย่านางเป็นพืชสมุนไพรที่มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ หมอ แผนไทยจะใช้รากย่านางเข้าตำรับยาแก้ไข้ในตำรับยา 5 ราก (ประกอบด้วย รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร) หรือเบญจโลกวิเชียร หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้

ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ ดั้งเดิม ชาว ไทยภาคอีสานและภาคเหนือนำใบย่านางมาใช้ประกอบอาหาร โดยเอาน้ำคั้นจากใบทำน้ำแกง คือแกงหน่อไม้หรือต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงหวาย ลาบหมาน้อย ลาบเทา ต้มหน่อไม้ การประกอบอาหารดังกล่าวนี้ใช้น้ำคั้นใบย่านางจะช่วยฆ่าพิษหรือดับพิษของ อาหารที่ประกอบนั้น เช่น หน่อไม้ จัดเป็นอาหารแสลงที่ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเข่า ถ้าเป็นหญิงมักมีตกขาว หรือคันในช่องคลอดร่วมด้วย หมอ แผนไทยโดยส่วนใหญ่จึงมักห้ามกินหน่อไม้ในระหว่างที่ทำการรักษา แต่คนอีสานและเหนือจะแกงหน่อไม้ใส่ย่านางเพื่อฆ่าพิษของหน่อไม้ แต่ถ้าใครจะกินหน่อไม้ปีบก็ควรต้มกับน้ำย่านางก่อนจะปลอดภัยมากขึ้น แกงขี้เหล็กก็เช่นเดียวกัน ในขี้เหล็กมีสารพิษจึงมักต้มขี้เหล็กแล้วแกงกับน้ำย่านาง