ย่านาง

ย่านาง สมุนไพร หมื่นปีไม่มีแก่ "อิสาน หมื่นปี บ่ เฒ่า"

สรรพคุณใบย่านางนั้นมีมากจนบางคนเรียกว่าเป็น "ยาอายุวัฒนะ"

ลักษณะทั่วไปของใบย่านาง
ย่านางนั้นเป็นไม้เลื้อย เถาสีเขียวสดและอวบน้ำ  ภายในลำต้นมีน้ำเมือกเหนียว มีขนตามกิ่งอ่อน เถาเมื่อแก่มีผิวเรียบและเหนียวมาก ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้มรูปไข่แกมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบมัน ออกดอกเล็ก ๆ ตามซอกใบ ดอกมีสีเหลือง ผลมีขนาดเล็กกลมรี

ใบย่านาง เป็นพืชที่เต็มไปด้วยสาร สารสีเขียว คลอโรฟิลด์ และ เบต้าแคโรทีน ป้องกันการก่อตัวของอนุมูลอิสระ เป็นสมุนไพรธาตุเย็น ดูแลคนทำงานสำนักงาน และ ลดพิษร้อนให้อวัยวะภายร่างกาย ที่ทำให้ป่วย หรือเครียดตลอดเวลา เมื่อไรที่ควรทานย่านาง ? อาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน เช่น  ตาแดง  ตาแห้ง  แสบตา  มีสิว  ฝ้า  มีตุ่มแผลร้อนในช่องปาก  ผมหงอกก่อนวัย  ไข้ขึ้น  ตัวร้อน  มีเส้นเลือดขอด    เป็นตะคริว เกิดฝีหนอง  หอบหืด  ไตอักเสบ  โรคเก๊า  เบาหวาน  ความดันสูง ฯลฯใบย่านางมีฤทธิ์เย็น  จึงใช้ใบย่านางปรับสมดุล  บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกิน ย่านางเป็นใช้ยามาตั้งแต่โบราณ มีชื่อเรียกทางแพทย์ยาโบราณว่า “หมื่นปี บ่ เฒ่า” หรือ

ย่านางเป็นพืชสมุนไพรที่มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ หมอ แผนไทยจะใช้รากย่านางเข้าตำรับยาแก้ไข้ในตำรับยา 5 ราก (ประกอบด้วย รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร) หรือเบญจโลกวิเชียร หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้

ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ ดั้งเดิม ชาว ไทยภาคอีสานและภาคเหนือนำใบย่านางมาใช้ประกอบอาหาร โดยเอาน้ำคั้นจากใบทำน้ำแกง คือแกงหน่อไม้หรือต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงหวาย ลาบหมาน้อย ลาบเทา ต้มหน่อไม้ การประกอบอาหารดังกล่าวนี้ใช้น้ำคั้นใบย่านางจะช่วยฆ่าพิษหรือดับพิษของ อาหารที่ประกอบนั้น เช่น หน่อไม้ จัดเป็นอาหารแสลงที่ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเข่า ถ้าเป็นหญิงมักมีตกขาว หรือคันในช่องคลอดร่วมด้วย หมอ แผนไทยโดยส่วนใหญ่จึงมักห้ามกินหน่อไม้ในระหว่างที่ทำการรักษา แต่คนอีสานและเหนือจะแกงหน่อไม้ใส่ย่านางเพื่อฆ่าพิษของหน่อไม้ แต่ถ้าใครจะกินหน่อไม้ปีบก็ควรต้มกับน้ำย่านางก่อนจะปลอดภัยมากขึ้น แกงขี้เหล็กก็เช่นเดียวกัน ในขี้เหล็กมีสารพิษจึงมักต้มขี้เหล็กแล้วแกงกับน้ำย่านาง

ยาบำรุงหัวใจ กระดังงา หรือ สะบันงา

กระดังงา สมุนไพรบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต กระดังงา หรือ สะบันงา ใช้เป็นยาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น สูง 10-20 ม. มีรอยแผลใบขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป กิ่งตั้งฉากกับลำต้นปลายย้อยลู่ลง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ยาว ปลายแหลม โคนมนหรือเว้าและเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนทั้ง 2 ด้าน ใบแก่มักมีขนมากตามเส้นแขนงใบและเส้นกลางใบ ช่อดอกสั้น ออกห้อยรวมกันบนกิ่งเหนือรอยแผลใบ ช่อหนึ่งๆ มี 3-6 ดอก ดอกใหญ่ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม มีขน กลีบดอกเรียงสลับกัน 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ แต่ละกลีบรูปขอบขนานปลายแหลม มีขน ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย กลีบชั้นในแคบกว่าชั้นนอกเล็กน้อย โคนกลีบด้านในสีม่วงอมน้ำตาล ดอกอ่อนกลีบสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลิ่นหอม เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก เกสรเพศเมียมีหลายอัน อยู่แยกกัน ผลเป็นผลกลุ่ม อยู่บนแกนตุ้มกลม 4-15 ผล แต่ละผลรูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวคล้ำจนเกือบดำ มี 2-12 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่แบน


สรรพคุณ 

ดอกแก่จัด   ใช้เป็นยาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ แก้ลมวิงเวียน ชูกำลังทำให้ชุ่มชื่น ให้น้ำมันหอมระเหย ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง น้ำอบ ทำน้ำหอม ใช้ปรุงยาหอม บำรุงหัวใจ

ใบ, เนื้อไม้  -  ต้มรับประทาน เป็นยาขับปัสสาวะพิการ


วิธีใช้ :

ใช้ดอกกลั่น  ได้น้ำมันหอมระเหย
การแต่งกลิ่นอาหาร  ทำได้โดยนำดอกที่แก่จัด ลมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียนเพื่อให้ต่อมน้ำหอมในกลีบดอกแตก และส่งกลิ่นหอมออกมา แล้วนำไปเสียบไม้ ลอยน้ำในภาชนะปิดสนิท 1 คืน เก็บดอกทิ้งตอนเช้า นำน้ำไปคั้นกะทิ หรือปรุงอาหารอื่นๆ

สารเคมี : ใน ylang -ylang oil มีสารสำคัญคือ linalool , benzyl  benzoate p-totyl  methylether, methylether, benzyl acetate

                                                                                                                ย่านาง เหมื่นปี บ่ เฒ่า >>>

บัวบก สรรพคุณของบัวบก

บัวบก สรรพคุณของบัวบก บัวบกมีประคุณประโยชย์มากมาย

สรรพคุณ บัวบก Pennywort.

 ใบ ทั้งต้นสด เมล็ด
-  เป็นยำบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า
-  รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือมีการชอกช้ำจากการกระแทก แก้พิษงูกัด
-  ปวดศีรษะข้างเดียว
-  ขับปัสสาวะ
-  แก้เจ็บคอ
-  เป็นยาห้ามเลือด ส่าแผลสด แก้โรคผิวหนัง
-  ลดความดัน แก้ช้ำใน

เมล็ด
-  แก้บิด แก้ไข้ ปวดศีรษะ

วิธีและปริมาณที่ใช้ 
ใช้เป็นยาแก้ปวดศีรษะข้างเดียว
ใช้ต้นสดไม่จำกัด รับประทาน หรือคั้นน้ำจากต้นสดรับประทาน ควรรับประทานติดต่อกัน 2-3 วัน

ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ
ใช้ทั้งต้นสด 10-20 กรัม หรือ 1 กำมือ ตำคั้นน้ำเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง จิบบ่อยๆ

เป็นยาลดความดันโลหิตสูง
ใช้ทั้งต้นสด 30-40 กรัม คั้นน้ำจากต้นสด เติมน้ำตาลเล็กน้อย รับประทาน 5-7 วัน

ยาแก้ช้ำใน (พลัดตกหกล้ม)
ใช้ต้นสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำคั้นน้ำ เติมน้ำตาลเล็กน้อย ดื่ม 1 ครั้ง รับประทานติดต่อกัน 5-6 วัน

เป็นยาถอนพิษรักษาแผลน้ำร้อนลวก
ใช้ทั้งต้นสด 2-3 ต้น ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลไฟไหม้ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน

เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด
ใช้ใบสด 20-30 ใบ ล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด ช่วยห้ามเลือดและรักษาแผลให้หายเร็ว

อีกตำราหนึ่ง

สรรพคุณใบบัวบก
๑. บำรุงสมอง
นำใบบัวบกมาล้างน้ำให้สะอาด โขลกให้แหลกนำไปต้มกรองเอาแต่น้ำ มาดื่ม หรือจะคั้นสด ผสมกับน้ำดื่มก็ได้ อาจเติมน้ำตาลทราย และ เกลือ นิดหน่อย ให้ชวนดื่ม ดื่มไปทุกวันๆละ ๑ แก้ว

๒. บำรุงหัวใจ
ต้มดื่ม เช้า-เย็น ครั้งละ ๑ แก้ว

๓. แก้ร้อนในกระหายน้ำ
จะต้มหรือคั้นสดก็ได้ ดื่ม ๑ แก้ว เวลากระหายน้ำ

๔. แก้ช้ำใน
นำใบบัวบกสะอาดสดมาโขลก แล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม เช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยตะไล ไม่นานอาการช้ำในก็จะทุเลาลงไปเรื่อยๆ

๕. ความดันโลหิตสูง
ต้มน้ำใบบัวบกต้ม เช้า-เย็น ครั้งละ ๑ แก้ว เป็นเวลา ๕-๖ วัน แล้วลองวัดความดันโลหิตดู จะลดลงมาปกติ อาการของโรคจะหายได้ จากนั้น ควรควบคุมเรื่องอาหาร กับการออกกำลังกายและอารมณ์

๖. ลดอาการแพ้
ผื่นคัน ปวดแสบ ปวดร้อน อักเสบได้ นำใบบกสะอาดมาตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่แพ้ อักเสบ อาการที่เป็นจะค่อยๆทุเลาลง

๗. รักษาบาดแผลสด
ใช้ตำและพอกที่แผล สามารถทำลายเชื้อโรคได้

๘. ดับพิษไข้
คั้นเอาน้ำสด ดื่ม ๑ ถ้วยตะไล ไม่ต้องผสมน้ำเลย ดื่ม ๓ เวลา เช้า- กลางวัน - เย็น

๙. แก้ปวดท้อง
มวนในท้อง ท้องเสียได้ โดยคั้นเอาน้ำสดๆเข้มข้นดื่มช่วยให้ทุเลาได้

๑๐. แก้บิด
ใช้ใบบัวบกสอเข้มข้น ดื่มสดๆ เพื่อทำลายเชื้อบิด ดื่มเช้า - กลางวัน - เย็น ประมาณ ครั้งละ ๑ ถ้วยตะไล

๑๑. แก้ดีซ่าน
เอาบัวบกมาคั้นน้ำดื่มสดๆ ๓ เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น

๑๒. แก้อาเจียนเป็นเลือด
คั้นเอาน้ำสดๆ ดื่ม ๓ เวลา เช้า - กลางวัน -เย็น

๑๓. รักษาอาการตาแดง
ตำใบบัวบกสดๆหลับตาแล้วพอกที่ตาเป็นเวลานานๆ แล้วเปลี่ยนยา บ่อยๆ หายได้ในที่สุด

๑๔. สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

๑๕. แก้เจ็บคอ
เอาบัวบกสดเข้มข้น ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วจิบเอา แก้อาการเจ็บคอดี มาก จิบได้เรื่อยๆ

๑๖. ขับปัสสาวะ
นำใบบัวบกสดคั้นน้ำ ดื่มกันสดๆ อาจเติมความหวานเล็กน้อยก็ได้

๑๗. แก้กามโรค
เป็นน้ำกระสายยา ในการรักษากามโรค กินร่วมกับยาอื่นได้

๑๘. แก้โรคเรื้อน
ใช้ใบบัวบกคั้นน้ำดื่มทุกๆวัน เช้า-เย็น และตำพอกแผลด้วย

๑๙. ป้องกันมะเร็ง
ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ดื่มบ่อยๆ

๒๐. แก้อาการอ่อนเพลีย

สารเคมี :  สารสกัดจากใบบัวบกประกอบด้วย madecassoside asiatic acid, asiaticoside, centelloside, centellic acid brahminoside, brahmic acid.

หนอนหัวดำ ด้วงแรด แมลงดำหนาม

หนอนหัวดำ ด้วงแรด แมลงดำหนาม แมลงศัตรูมะพร้าว เร่งควบคุมป้องกันและกำจัดศัตรูมะพร้าว 

ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมการระบาดศัตรู พืช กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของศัตรูมะพร้าวว่า ขณะนี้ศัตรูมะพร้าวได้แพร่ระบาดทำลายพื้นที่ปลูกมะพร้าวรวมกว่า 253,160.75 ไร่ ใน 19 จังหวัด โดยเฉพาะ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสียหายค่อนข้างมาก ถึง 193,468 ไร่ โดยแบ่งตามชนิดของแมลงศัตรูมะพร้าว คือ แมลงดำหนามระบาดคลุมพื้นที่กว่า 110,681 ไร่ หนอนหัวดำ 82,617 ไร่ และด้วงแรด 170 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวประสบภัยแล้งติดต่อกันถึง 3 ปี ทำให้ต้นมะพร้าวอ่อนแอต่อการทำลายของศัตรูมะพร้าว

นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประชาสัมพันธ์และถ่ายทอดความรู้เรื่องการควบคุมศัตรูมะพร้าวให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่องซึ่งในปี 2555 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำ “โครงการควบคุมและกำจัดศัตรูมะพร้าวแบบครอบคลุมพื้นที่” ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 333,806,400 บาท เบื้องต้นมีแผนจัดตั้ง ศูนย์บริหารศัตรูพืช จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้การควบคุมศัตรูมะพร้าวในพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาเจ้าหน้าที่ 150 คน ให้มีความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวและการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวด้วย นอกจากนั้นยังจัดตั้ง ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.)จำนวน 109 ศูนย์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและชุมชนในการจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองตามศักยภาพ

ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนนี้ จะเป็นกลไกขับเคลื่อนมาตรการการจัดการศัตรูมะพร้าวโดยจะฝึกอบรมเรื่องการผลิตและการจัดการศัตรูมะพร้าวแก่สมาชิก ศจช. เป้าหมาย 3,270 ราย จัดทำแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวและควบคุมศัตรูมะพร้าว 109 แปลง ๆ ละ 5 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งในการสาธิตการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งยังจัดทำแปลงศึกษาทดสอบเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตและการดูแลรักษา
ด้วงแรด

กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีแผนเร่งผลิตขยายศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดหนอนหัวดำ และแมลงดำหนาม รณรงค์ให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการตัดวงจรชีวิตแมลงศัตรูมะพร้าวในพื้นที่ เพื่อลดปริมาณศัตรูมะพร้าวอย่างรวดเร็วและฉับพลัน อีกทั้งยังจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษทำหน้าที่ควบคุมป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว และถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาด เดือนละ 1 ครั้ง มีการสร้างระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ โดยจัดทำข้อมูลและแผนที่พื้นที่ระบาด พื้นที่เฝ้าระวังเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจในการควบคุมศัตรูมะพร้าวให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวด้วย

นางเริงจิตร พรหมสถิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวควรดูแลสวนอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สามารถที่จะปลูกพืชแซมในสวนมะพร้าว เพื่อเพิ่มความชื้นให้บริเวณแปลงมะพร้าว ซึ่งจะทำให้ต้นมะพร้าวสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งยังต้องสำรวจติดตามสถานการณ์การระบาดในแปลงอย่างต่อเนื่อง หากพบศัตรูมะพร้าวระบาดในแปลงให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อจะได้ดำเนินการป้องกันกำจัดทันที

หากสงสัยเกี่ยวกับการควบคุมป้องกันและกำจัดศัตรูมะพร้าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมการระบาดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 0-2955-1626 หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน.

ที่มา..ข้อมูล เดลินิวส์